Venuss's profile[v]*[v]*[v]*[v]*[v]PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    August 13

    Happy Birth Day

    วันนี้ เป็นวันที่เรามีชีวิตอยู่บนโลก ครบ ยี่สิบเอ็ดปี (รู้สึกแก่ๆยังไงก็ไม่รู้)
     
    แม้ว่าช่วงชีวิตที่ผ่านมา
     
    จะมีทั้งสุขแล้วก็ทุกข์ ดีใจ เสียใจ ร้องไห้ บ้าบอมามากมาย
     
    แม้ว่าในบางจังหหวะชีวิตที่มีเรื่องปวดหัว จนแทบหมดกำลังแรงที่จะหายใจแต่
     
    แต่เราก็ยังสามารถ มีชีวิตรอดมาได้ถึงทุกวันนี้
     
    ก็คงจะต้องขอขอบคุณ แหล่งกำลังใจและแหล่งแรงบันดาลใจทั้งหลาย
     
    ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนๆสวย(สยอง)ทั้ง เจ็ด
     
     ชิ รัตน์ เฉิน กุ้ง แอร์ เฮียง ต่าย ร้ากนะจุ๊บๆทั้งเจ็ดคนเลย 
     
    (ออกแนวคนแคระทั้งเจ็ดเลยนะเนี่ย)
     
    แล้วก็
     
    ท่านพี่ทั้งหลาย ที่คอยให้คำปรึกษาไม่ว่าจะเป็นเรื่องนั้น เรื่องนี้ เรื่องนู้น มากมาย
     
    สุดท้ายก็ครอบครัวที่คอยประคับประคองดูแล มาตลอด 
     
     
    และคนสองคนที่สำคัญที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้น ป๊า กะ ม๊า
     
     
    คิดไปคิดมา ก็คิดได้ว่าดีแล้วแหละ ที่ได้เกิดมาแล้วเป็นแบบนี้อ่ะนะ
     
     
     
    ขอบคุณ ทุกคนที่ไม่ลืม วันที่ไม่ค่อยสำคัญวันนี้ ซึ้งใจมากเลย
     
     
     
     
     
     
    ป.ล.การมีแฟน สามารถทำให้เรตติ้งตก เพราะฉะนั้น รับผิดชอบด้วยนะ
     
    August 04

    countdown for the last subject

    หลังจากที่ตะลุย สอบติดๆกันมาสามวัน สามวิชา หนุกหนานเฮฮากันไปเลยทีเดียว
     
    โดย เฉพาะ วิชาอ.สมเกียรติ สุดยอดมาก
     
    ตอนแรกเห็นแว๊บๆ ว่าโจทย์สั้น บรรทัดเดียวเอง
     
    แอบคิดในใจ โฮ๊ะๆ สงสัยจะง่ายไม่มีคำถามจุ๊กจิ๊กกวนใจ
     
    พอพี่เค้าแจกข้อสอบ เอาเลยค้าบ รีบเปิดดู
     
    พออ่านจบอยากจะเป็นลมให้ตกเก้าอี้ไป
     
    อารยธรรมและอำนาจเกี่ยวข้องกันอย่างไร (บลาๆๆๆ)
     
    โอ้โห อ่านแล้วก็อยากตายมากเลย
     
    แล้วมันเกี่ยวกันยังไงฟ่ะ สรุปก็ แถไปเรื่อๆ ตามเคย ไม่รู้ว่าจะถูกใจ อ. ป่าวเง้อ
     
    ดูหนังเสร็จ เอ้ย ทำข้อสอบเสร็จก็ไปดูหนัง เพื่อเป็นการปลดปล่อยอารยธรรม กับอำนาจ เอ้ย ไม่ใช่
    ปลดปล่อยความเครียดต่างหากหล่ะ
    ทั้งเครียดเรื่องสอบ เรื่องนู้น เรื่องนี้ เรื่องนั้น เต็มไปหมด
     
    ก็ไปดู Ratatooee สยามดิส
     
    หนูอารายจาน่าร้ากขนาดน้าน
     
    "ไม่ว่าใครก็สามารถทำอาหารได้"
    เราก็เชื่อว่าเป็นอย่างนั้น
    ทุกคนสามารถทำอาหารได้
     แต่จะกินได้รึป่าวนั่นมันอีกเรื่องนึง  จริงมั้ย ฮาๆ
     
    โอเค อย่าลืมเตือนตัวเองว่ายังมีวิชาปราบมาก เอ้ยปราบเซียนอีก คือ อียู อยู่ หยู้
    ตายสถานเดียวอ่า
    Examination is the same as war so keep fighting to be the best warrior
     
     
    อย่างไรก็ตาม (ทางการหน่อย)
    ยังไงก็ยังมีเรื่องปวดหัวอยู่ดี รูสึกอยู่แหม่งๆว่ายังมีบางอย่างที่ไม่เหมือนเดิม
     
    ยังเศร้าอยู่นิโหน่ยๆ
     
    เฮ้อ เมื่อไหร่จาหายเนี่ย
     
    August 01

    และแล้วก็เรียบร้อยไปหนึ่ง เหลืออีก สาม


    วันนี้ สอบคอนเทม รู้สึกสับสนในตัวเองมากๆเลย แต่ก็เขียนไปเยอะเหมือนกัน ออกแนว แถไปเรื่อยๆ
    แต่รู้สึกว่าลายมือจะเน่ามากๆ สงสารคนอ่านจัง
    เหลืออีก สาม ตัว เท่านั้นแล้วชีวิตก็จะกลับเข้าสู่สถานะ ไร้สาระเหมือนเดิม
    ตอนนี้รู้สึกว่าสมอง อุดตันไปด้วยเรื่องราวมากมาย มากมายจริงๆ
    อยากจะสังคายนาชีวิต แล้วก็เริ่มต้นใหม่ บ่นๆๆๆๆอีกแล้ว ไม่ได้ช่วยอะไรเลย
     อ่อๆ จะวันแม่แล้ว (ใกล้วันเกิดเราด้วยนะ) พอดีเจอบทความอันนึง ซึ้งสุดๆชอบก็เลยเอามาแปะเอาไว้ อ่านกันมั้ย
     

    1. เรื่องเริ่มขึ้นตอนเมื่อผมเป็นเด็กๆ ผมเกิดในครอบครัวยากจน
    ครอบครัวของเราจนมากจนต้องอดข้าวบ่อยๆ

    เมื่อไหร่ก็ตามเมื่อถึงเวลากินข้าว

    แม่จะแบ่งข้าวมาให้ผมเพิ่มขึ้นอีก
    พร้อมทั้งพูดว่า "ลูกต้องกินข้าวเพิ่มขึ้นนะ ส่วนแม่ไม่ค่อยหิว"

    นี้เป็นครั้งแรกที่แม่โกหกผม

     2. เมื่อผมเติบโตขึ้น คุณแม่เพียรพยายามหาเวลาว่างไปตกปลาในแม่น้ำ
    เพื่อว่าผมจะได้กินอาหารที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของผม

    แม่ต้มปลาที่ตกมาได้ทำเป็นซุปให้ผมกิน

    ในขณะที่ผมกินแกงต้มปลา..แม่จะนั่งข้างๆ ผม

    แทะกิน เศษเนื้อปลาที่ติดอยู่ตามก้างปลาหลังจากที่ผมไ ด้กินเนื้อปลาไปแล้ว
    ผมรู้สึกตื้นตันใจมาก..ผมพยายามแบ่งเนื้อปลาให้แม่

    แต่แม่ปฎิเสธทันควันพร้อมกับกล่าวว่า

    "ลูกกินเถอะ...แม่ไม่ค่อยชอบกินเนื้อปลา" นี่เป็นครั้งที่ 2 ที่แม่โกหกผม

     3. เมื่อผมเรียนอยู่ชั้นมัธยม เราต้องใช้เงินเพิ่มมากขึ้น
    แม่ต้องหารายได้พิเศษด้วยการรับงานเล็กๆ น้อยจากโรงงานมาทำที่บ้าน

    บางครั้งผมตื่นขึ้นมาตอนตี 1 หรือตี 2...ผมยังเห็นแม่กำลังทำงาน

    "
    แม่ครับ...นอนเถอะครับมันดึกมากแล้ว พรุ่งนี้แม่ต้องไปทำงานอีก"

    แม่ยิ้มกับผมพูดว่า "ลูกนอนต่อก่อนนะ...แม่ยังไม่เหนื่อย...นอนไม่หลับ"

    ครั้งที่ 3 แล้วที่แม่โกหกผม

     4. ตอนเมื่อใกล้จบชั้นมัธยมผมต้องไปสอบเป็นวันสุดท้าย
    แม่อุตส่าห์หยุดงานไปเป็นเพื่อนและเพื่อเป็นกำลังใจให้ผม

    มันเป็นวันที่แดดร้อนมากๆ...แม่ต้องรอผมอยู่หลายชม.

    เมื่อผมทำข้อสอบเสร็จ...รีบออกมาหาแม่

    เห็นแม่ผมมีเหงื่อออกท่วมตัว..

    แต่ท่านกลับรินน้ำเย็นที่เตรียมมาให้ผมดื่ม

    ผมเห็นแม่รู้สึกเหนื่อยและร้อนจึงขอให้แม่ดื่มน้ำก่อน

    แม่พูดขึ้นว่า "ลูกดื่มเถอะ....แม่ยังไม่กระหายน้ำ"

    นั่นเป็นครั้งที่ 4 ที่แม่โกหกผม

     5. หลังจากที่พ่อผมล้มป่วยและเสียชีวิต
    คุณแม่ที่น่าสงสารต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว

    แต่ก็ยังไม่ค่อยเพียงพอไม่ว่าคุณแม่จะพยายามมากขึ้นเพียงไร

    คุณลุงที่อยู่ข้างๆ บ้านท่านเป็นคนดี

    พยายามมาช่วยเหลือครอบครัวเราเสมอ....เช่นซ่อมแซมบ้านที่ผุพัง..ฯลฯ

    เพื่อนบ้านเห็นครอบครัวลำบากมากก็แนะนำให้แม่แต่งงานใหม่

    แต่แม่ยืนกรานไม่เห็นด้วย แม่พูดกับผมว่า

    "
    แม่มีลูกอยู่ทั้งคน...แม่ไม่ต้องการความรักอีก"

    แม่โกหกผมเป็นครั้งที่ 5 แล้ว

     6. ในทื่สุดผมก็เรียนจบและมีงานทำ
    ผมอยากให้แม่ซึ่งตรากตรำทำงานหนักมาตลอดได้พักผ่อนบ้าง

    แต่แม่ไม่ยอม.....กลับไปตลาดทุกเช้า

    ขายผักที่หามาได้เพื่อเลี้ยงชีพทั้งๆ ที่ผมพยายามส่งเงินมาให้แม่

    (
    ผมต้องไปทำงานในเมืองที่ห่างไกล)

    แม่ผมไม่ค่อยยอมรับเงินผม..บางครั้งยังส่งเงินกลับคืนให้ผมอีก

    แม่พูดกับผมว่า "แม่มีเงินพอใช้แล้ว...ลูกควรเก็บเงินไว้สร้างฐานะ"

    แม่โกหกผมเป็นครั้งที่ 6

     7. เพื่ออนาคตที่ก้าวหน้า..
    ผมตัดสินใจเรียนต่อปริญญาโทด้วยทุนของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในอเมริกา

    เมื่อผมเรียนจบก็ได้งานทำที่นั่นและมีเงินเดือนค่อนข้างสูง
    เมื่อทำงานไปได้สักพัก...ผมอยากให้แม่ผมมาอยู่กับผมที่อเมริกา

    เพื่อว่าแม่จะได้หยุดทำงาน...พักผ่อนให้สบายในบั้นปลายของชีวิต

    แต่แม่ผมไม่อยากรบกวนผม...บอกผมว่า "แม่ไม่คุ้นเคยกับชีวิตต่างแดน"

    ครั้งที่ 7 แล้วซินะที่แม่โกหกผม

     8. เมื่อแม่แก่ตัวลงไปเรื่อยๆ..
    ในที่สุดแม่ก็เป็นมะเร็งและต้องเข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาล

    ผมลางานแล้วรีบบินกลับมาหาแม่สุดที่รักทันที

    แม่ผมนอนพักฟื้นอยู่บนเตียงเมื่อผมไปถึง

    น้ำตาผมไหลอาบแก้มเมื่อเห็นแม่ซึ่งผ่ายผอมและดูทรุดโทรมลงอย่างมาก

    แม่รู้สึกดีใจมากที่เห็นผม....พยายามยิ้มอย่างสดชื่น ด้วยความลำบาก

    ผมรู้ดีว่าแม่ได้ฝืนความเจ็บปวดรวดร้าวอย่างสุดฝืน

    จากโรคมะเร็งร้ายที่ลามไปทั่วทั้งตัว

    ผมโอบกอดแม่พร้อมกับร้องไห้ด้วยความสงสาร

    หัวใจผมในขณะนั้นเศร้าหมองและเจ็บปวดอย่างที่สุด

    แม่พยายามปลอบผมด้วยเสียงที่แหบพร่าและสั่นเครือ

    "
    ลูกรักของแม่...เห็นหน้าลูกแม่ไม่รู้สึกเจ็บแล้ว"

    นี่เป็นครั้งที่ 8 ที่แม่โกหก

    และเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตของแม่ที่โกหกผม

    แม่ที่ผมรักและบูชามาตลอดชีวิตได้ปิดตาลงและจากผมไปอย่างไม่มีวันกลับ

    หลังจากที่เธอกล่าวคำโกหกครั้งที่ 8 จบลง

     แปลและเรียบเรียงจาก English Forward Mail -"mother's 8 lies"

    "รักแม่ เป็นรักแท้ไม่แพ้ระยะทาง"

     
     
     จงให้เวลาสำหรับความรักและคนรัก อย่าโหมทำงานมาก หรือออกสังคมมากไป จนทำให้สูญเสียคนที่เรารักและห่วงใยไป
    จงซื่อสัตย์และเปิดเผยกับคนรัก การโกหก ไม่ซื่อสัตย์และปิดบัง จะทำลายมิตรภาพ
     
     
     
    "ทิ้งฉันให้เหงาใจ ปล่อยไว้ ไม่มาดูแล เพียงแค่คิดขึ้นมาก็ใจหาย"
     
     
     
    "เพราะวันนี้เธอนั้น ไม่เหมือนไม่ใช่คนเก่า คนที่ยืนต่อหน้าเรา คนนี้เธอคือใคร
    บอกทีเธอทำไมใจร้ายใจดำอย่างนี้ หายไปไหนคนที่แสนดี
    บอกทีเป็นเพราะใครเธอจึงเปลี่ยนไป
    บอกที เธอทำไมใจร้ายใจดำอย่างนี้ หรือเพราะฉันที่ผิดใช่มั้ย
    ฉันควรจะทำอย่างไร
     เพื่อจะขอให้เธอคนนี้กลับมาเป็นคนที่เคยรักแสนดีดังเดิม"
     
     
     
    " คนที่เคยเจอที่รู้จัก คนที่ฉันฝากทั้งหัวใจ คนที่แสนใจดี คนที่มีน้ำใจทุกอย่าง อยากจะรู้ไปอยู่ไหน
    คนที่เจออยู่ไม่รู้จัก คนที่เย็นชา รักไม่เป็น อยากจะรู้คนเก่า ที่เราเคยรักกันอยู่ไหน กับคนนี้ไม่เอาไม่ขอที่จะเห็น 
    ฝากตามเค้าที คนที่ดีในวันนั้น ฝากขอให้เค้าคืนมา ขอให้คืนมาเหมือนอย่างเดิม
    ช่วยบอกเค้าที ฉันคนนี้คิดถึงเค้าเหลือเกิน เค้าหายไปอยู่ไหน ฝากย้ำทีว่าฉันรักเค้าคนเดิม"
     
     
     
    "คำว่ารัก ทุกครั้งที่เธอบอกฉัน มันทำให้ใจสั่น มันทำให้หวั่นไหว
    ก็พอรู้ ว่ารักกันต้องเชื่อใจ แต่ก็คิดมากไป กลัวเธอจะทิ้งกัน
    ก็รู้ ว่ารักขึ้นอยู่กับการไว้ใจ แต่ทำไมยังไม่มั่นใจไม่รู้เลย
    ยังกลัวหวั่นไหว หวั่นใจ กับรัก
    กลัวต้องเจ็บ ต้องช้ำ กับคำว่าไว้ใจ
    ฉันมั่นใจในรัก แตไม่มั่นใจในเธอ กังวลว่าหากเผลเธอจะทำให้ช้ำใจ
    กลัวเชื่อใจไปแล้ว สุดท้ายเธอทำให้เสียใจ หากเธอทิ้งฉันคงไม่ไว้ใจใครอีกเลย"
     
     
     
    "เจ็บจนชิน มันกินในหัวใจ
    ลึกเข้าไปกร่อนใจลงทุกที เจ็บจนใจล้ามาเป็นปี ก็ทน
    เจ็บไปเจ็บมาทุกวัน ก็เลยหมด หมดกำลังจะเสียใจไปกว่านี้
    อยากจะมีใครก็เชิญ ได้เลยเต็มที่
    จะให้ช้ำ ช้ำไปกว่านี้ ไม่มีทาง"
     
     
    "อยู่คนเดียว ในวันคืนเงียบเหงาและเดียวดาย อยู่กับวันที่มันเหงาใจ
    ห่างกันไกลเธอจะรู้บ้างมั้ยฉันเป็นห่วง อยากให้เธอกลับมาหากัน
    มีเพียงค่ำคืน ที่มันเหน็บหนาว ใจมันก็เหงาฉันคิดถึงเธอ
    รอเพียงแธอ รอจนอ่อนใจ วันและคืนเงียบเหงาจนทนไม่ไหว
    มีแต่วันเหงาๆ เธอไปอย่ที่ใดไม่เคยสนใจ
    เธอไม่เคยรู้เลยว่ายังมีฉันอีกคน
    เป็นแค่คนเหงาๆ คนที่มันไม่เคยจะมีความหมาย
    เป็นแค่คนที่เธอไม่เคยใส่ใจ มีแค่รอยน้ำตาในวันที่เหงาใจ"