Venuss's profile[v]*[v]*[v]*[v]*[v]PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    September 30

    *-*

     

    ถ้าฉันเลือกเกิดได้ ฉันอยากโตกว่านี้อีกสักหน่อย…หรือจะทำอย่างไรก็ได้ ขอแค่ให้ฉันกับเขาได้รักกันตลอดไป ไม่ต้องมาทุกข์ทรมานกับค่านิยมของสังคมแบบนี้

         เรื่องราวอันเศร้าของฉันมันเริ่มก็ตอนที่ฉันกำลังศึกษาอยู่ชั้น ม.3

    ตอนนั้นมีผู้ชายคนหนึ่งมาสมัครเป็นอาจารย์ที่โรงเรียนของฉัน ตอนแรกที่ฉันเห็น ฉันก็ไม่ได้สนใจอะไรเป็นพิเศษ เพราะก็เห็นเป็นเพียงแค่ "อาจารย์" คนหนึ่งเท่านั้น เขาอายุมากกว่าฉัน 8-9 ปีได้ วันแรกที่ฉันได้เจอกับเขาคือวันที่ 31 กรกฎาคม เขาเข้ามาสอนวิชาสังคมศึกษา และด้วยความที่ฉันเก่งวิชานี้และชอบมาขลุกเพื่ออ่านหนังสือประวัติศาสตร์อยู่ในห้องสังคมตลอด ทำให้ฉันได้เจอกับเขาบ่อยๆ ทำให้เราค่อนข้างเป็นอาจารย์กับลูกศิษย์ที่สนิทกัน และเป็นเหมือนพี่ชายกับน้องสาวเรื่อยมา

    และฟ้าก็เล่นตลกกับชีวิตฉัน เมื่อฉันรู้สึก "หึง" ขึ้นมา เมื่อเห็นเขาคุยกับเด็ก ม.ปลาย และอาจารย์สาวๆ ทีแรกฉันคิดว่าตัวเองน่ะบ้า ไม่เข้าจิตใจของตัวเองว่าทำไมถึงรู้สึกแบบนี้ ทำให้ฉันเก็บเอาไปคิดไปฝันทุกคืน จนในที่สุดก็รู้ว่าตัวเองน่ะรักเขาเข้าไปแล้ว…

    ความรู้สึกนี้ทำให้ฉันอยากจะมองเขาอยู่แทบทุกเวลา อยากจะรู้ว่าเขาทำอะไร อยากจะรู้ว่าเขาสบายดีมั้ย อยากจะรู้ว่าเขาสนใจฉันบ้างหรือเปล่า… แต่ละความคิดมันโถมกระหน่ำเข้ามาเรื่อยๆ จนฉันกลัว และคิดว่า "ยังไงก็ต้องบอกความในใจออกไป ก่อนที่อะไรมันจะสายเกินไป"

    เมื่อเรารู้จักกันมาได้ 2 ปี ฉันก็มีจิตใจที่แน่วแน่กับความคิดนี้ จึงตัดสินใจบอกความรักนี้ไปในวันวาเลนไทน์ "ฉันรักคุณ" ฉันเอ่ยคำๆ นี้ไปอย่างแผ่วเบาในตอนเย็นหลังจากที่เรากำลังเดินออกจากอาคารเรียน เราสองคนต่างสบตากันเงียบๆ แล้วเขาก็พูดว่า "ฉันก็ชอบเธอนะ" แต่คำพูดนี้กลับทำให้ฉันรู้สึกเศร้าใจ… "แต่เราอายุห่างกันมากเลย ฉันกลัวว่ามันจะเป็นไปไม่ได้" ฉันพูดไปตามความรู้สึกของตัวเอง เขาโอบตัวฉันแล้วพูดว่า "อย่าไปสนใจ เราทำให้มันดีที่สุดก็พอ…" ฉันเชื่อคำพูดนั้นของเขา เราคบกันและคิดเสมอว่าเราจะรักกันให้ดีที่สุด เหมือนต้นไม้ที่ต้องคอยรดน้ำพรวนดินและใส่ปุ๋ยอยู่เสมอ ดูแลให้งอกงาม เติบโต

    แต่แล้วก็ถึงวันที่เราต้องแยกจากกัน เมื่อฉันใกล้จะจบ ม.6 ฉันจะต้องไปเรียนต่อในมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพฯ ฉันให้สัญญากับเขาไว้ว่าให้เขารอฉันอีก 4 ปี ฉันจะเรียนจบกลับมาเป็นครูสอนอยู่ที่นี่เหมือนกับเขา แล้วฉันก็จะแต่งงานกับเขา เขายิ้ม แต่ไม่ได้พูดรับปากกับฉัน

    แล้วฉันก็ไปเรียนที่กรุงเทพฯ ตั้งใจเรียนอย่างหนัก และพยายามอย่างถึงที่สุดเพื่อให้ความฝันของฉันเป็นจริง ฉันไม่ได้กลับมาที่บ้านเกิดของตัวเองเลย จนกระทั่งเรียนจบ… ฉันกลับมาจากกรุงเทพฯ ด้วยความรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้พบหน้าพ่อแม่ และที่สำคัญก็คือตัวเขาไงล่ะ ฉันได้แต่นึกถึงอนาคตของเรา เราจะทำงานที่เดียวกัน มีบ้านที่อบอุ่นด้วยกัน มีลูกด้วยกัน วันที่สองคือวันอาทิตย์หลังจากกลับมาจากกรุงเทพฯ ฉันไปที่บ้านของเขา กดกริ่งเรียกหลายที มีผู้หญิงคนหนึ่งอายุประมาณเกือบๆ 30 อุ้มลูกเดินออกมา ทำให้ฉันชะงัก

    เมื่อฉันถามถึงเขาคนนั้น ผู้หญิงคนนี้ก็ตอบว่า "เขาไม่อยู่น่ะค่ะ เอ้อ…คุณคงจะเป็นแฟนเก่าของเขาสินะคะ ถ้าไม่รังเกียจเราเข้ามาคุยกันในบ้านดีกว่านะ" ฉันรู้สึกแปลกใจที่ถูกเรียกเป็นแฟนเก่าของเขา ทำให้ฉันพอจะเดาความจริงออก แต่ก็เดินตามผู้หญิงคนนี้ไปอย่างเงียบๆ "เขาเล่าให้ดิฉันฟังตลอดเกี่ยวกับเรื่องของคุณ ตอนนี้ฉันเป็นภรรยาของเขาค่ะ และนี่ก็คือลูกสาวของเราสองคน" ผู้หญิงคนนั้นกล่าวอย่างอ่อนโยนราวกับไม่อยากจะทำร้ายความรู้สึกฉันที่ใกล้จะหลอมเหลวไป "ฉันรู้ค่ะว่าเขารักคุณมาก เขารอแต่คุณตลอด แต่คุณต้องเข้าใจนะคะ ตอนนั้นเขาเป็นผู้ใหญ่กว่าคุณมาก ถึงวัยที่จะต้องแต่งงาน มีครอบครัว แต่เขาก็ได้แต่บอกกับพ่อแม่ของเขาว่าเขาจะไม่ยอมแต่งงานกับใครจนกว่าคุณจะกลับมา

    แต่ค่านิยมในเรื่องของความรักนั้นมันมีมาตั้งนานแล้ว รักต่างวัยไม่อาจเข้ากันได้ ในที่สุดเขาจึงถูกบังคับให้แต่งงานกับดิฉัน…เราอยู่กินกันมา 2 ปีแล้ว แต่เขาก็ยังไม่ลืมคุณ เขารักคุณมาก" ผู้หญิงคนนี้มีน้ำตาคลอ "แม้แต่ฉันซึ่งรักเขามาตั้งนานยังเทียบคุณไม่ได้เลย" "เอ้อ…คุณอย่าร้องไห้เลยค่ะ คุณน่าจะดีใจนะคะที่เกิดมาเป็นคู่แท้ของเขา พูดตรงๆ ฉันก็เสียใจ แต่เวลามันดึงย้อนกลับมาไม่ได้แล้ว ฉันไม่อยากจะจมกับมันอีก …ฉันเชื่อนะคะว่าเขาก็รักคุณ ไม่อย่างนั้นลูกสาวตัวน้อยของคุณคนนี้ก็คงไม่ดูมีความสุขเท่านี้หรอก" ฉันพูดพลางยิ้ม ขณะมองดูเด็กทารกแก้มแดงซึ่งนอนหลับสบายอยู่บนตักแม่ "ฉันต้องไปก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ" ฉันพูดแล้วเดินออกไป

    เมื่อเอื้อมมือจะจับลูกบิดประตู เขา…คนที่ฉันรอมาตลอด 4 ปีก็เปิดประตูเข้ามาพอดี เขาคนนั้น ที่ฉันรักเขาเหลือเกิน เราสองคนนั่งอยู่หลังบ้าน ฉันบอกว่าฉันรู้ความจริงหมดแล้ว น้ำตาฉันไหลรื้นขณะพูดความในใจให้เขาฟัง "ฉันไม่ว่าอะไรคุณหรอกค่ะ เวลามันดึงย้อนกลับมาไม่ได้แล้ว และมันก็สมควรเพราะเราสองคนต้องมาเจอกับความต่างของเวลา พูดตรงๆ ฉันยังรักคุณอยู่มาก

    ถ้าเลือกเกิดได้ฉันอยากโตกว่านี้อีก

     เอาให้แต่งงานกับคุณให้ได้ แต่มันก็เป็นไปไม่ได้แล้ว

     ดังนั้น เราอย่าไปคิดถึงมันเลยดีกว่านะคะ ฉันขอให้คุณมีความสุขมากๆ" เขายิ้มเศร้าๆ ให้ฉัน แล้วจับมือฉันไว้ "ฉันก็ขอให้เธอได้เจอกับคนที่เธอรักจริงๆ นะ" เป็นคำพูดของเขา

    ก่อนที่ฉันจะเดินกลับออกมา ความรู้สึกในตอนนั้นทำให้ฉันอยากหายไปจากโลกนี้ แต่ชีวิตยังมีอะไรอีกหลายอย่างให้ทำ เรารักกันไม่ได้แล้ว

    ฉันรู้ดี เป็นเพราะค่านิยมที่เคยบอกว่า คนที่อายุห่างกันมักจะเข้ากันไม่ได้ และมันก็เป็นความจริงสำหรับฉัน ฉันรู้สึกเศร้าเหลือเกิน ยิ่งเดินจากไปเท่าไหร่ น้ำตามันก็ยิ่งรื้น ฉันอยากจะหนีไปให้ไกลๆ กว่านี้ เพราะฉันทนไม่ได้ที่ฉันยังรักเขาอยู่มาก ไม่อยากเจอหน้าเขา ไม่อยากอยู่ใกล้เขา ไม่อยากที่จะต้องจำความเศร้านี้ไปตลอดชีวิต แต่ฉันหลีกหนีมันไม่ได้เลย…

    September 11

    ไปอยู่หอแร้วนะ

    ในที่สุด แม่ก็หาที่ซุกหัวนอนที่ใหม่ให้เราได้
     ใกล้มหาลัยมากขึ้นนิหน่อยอ่ะ ที่อยู่ที่ว่านี่ก็คือ
    บ้านของเพื่อนเเม่อ่ะเเหละ มันอยู่ตรง พหลโยธินซอย 21
    ซึ่งข้างล่างเป็นเซเว่นอ่ะ อยู่ติดกับ ศุภาลัยปาร์ค หรืออะไรซักกะอย่างนี่เหละ 
    มาอยู่ที่นี่มันก็ดีนะ คือไม่ต้องใช้เวลาในการเดินทางมากมายเหมือนที่เป็นอยู่
     เเต่ข้อเสียของบ้านใหม่นี้คือ
    มันไม่มีเน็ต ไม่มีคอม แล้วเราก็จะออนเอ็มมะได้
     เฮ้ออออ เเล้วอย่างนี้จะคุยกะเพื่อนๆ พี่ๆยังไงดีเนี่ย
    ช่วยๆกันคิดหน่อยจิ นะนะ