Venuss's profile[v]*[v]*[v]*[v]*[v]PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    November 12

    จิตตก อีกแล้ว


    ในใจมีเธอทำเพื่อเธอเพียงคนเดียว แต่ก็เท่านั้นเอง
    เป็นลมเบาๆที่เธอนั้นไม่เคยเห็น เธอไม่เคยมองดูที่ฉัน

    ...

    แค่อยากรู้เรื่องที่ค้างในใจ อยาก อยากจะถามเธอ

    ถ้าคนอย่างฉันตายจากไป เธอเศร้าใจหรือเปล่า
    หนึ่งคนที่ข้างเธอยามเหงา มันมีค่าสักแค่ไหน สำหรับเธอ

    โปรดเถอะตอบคำถาม ช่วยยืนยันให้ฉันฟังก่อน
    อยากจะรู้ กับเธอแล้ว ความรักนี้ของฉัน มีค่าแค่ไหน

    ถ้าคนอย่างฉันตายจากไป เธอเศร้าใจหรือเปล่า
    หนึ่งคนที่ข้างเธอยามเหงา มันมีค่าสักแค่ไหน สำหรับเธอ
     
     
    ...
     
    เธอ คงไม่มีใจแล้ว คงไม่มีใจเหลืออยู่ จึงดูเหมือนว่าเธอแปลกๆไป
    เธอ คงไม่มีใจแล้ว คงไม่รักฉันอย่างเคย
    อยู่ไปเพื่อระวังลงเอยจะจากกันไป
     
     
    ...

     
    เธอมองฉันเป็นตัวจริงที่หามานาน หรือคบฉันหนีความเดียวดาย
    แค่มีกันไว้เผื่อเหงา
    ไว้เผื่อให้โทรหา เมื่อไม่มีอะไรให้ทำ
    เธอมองฉันมาเติมเต็ม อีกครึ่ง ในใจ
    หรือ แค่คบไว้ไปวันๆ
    อยากให้เธอลองมองหน้ากัน
    บอกให้แน่ใจ เธอตีความคำว่า "รัก" ไว้ยังไง
     
    ...
     
    ถ้าเราอยากจะรู้ว่า คนคนนึงมองเราว่าเป็นคนสำคัญ หรือ
    แค่คบเราเพื่อต้องการเอามาแทนที่ใคร
    เราจะทำยังไงให้รู้ได้
     
     
    "คนสำคัญ"
    ความหมายมันเป็นยังไงกันแน่นะ
     
    ... กี่ครั้ง ที่ฟัง คนพูดกัน
    ตัวฉัน ไม่เคย เอามาใส่ใจ
    แต่แล้ว ที่เก็บ เอามาคิด
    จนวุ่นวาย
    ก็เห็น เธอเปลี่ยนไป
    เห็นเธอ ไม่เหมือนเก่า
    วันนี้ ไม่มี ใครยุ่งเกี่ยว
    ตรงนี้ ก็มี แต่เพียงแค่เรา
    บอกฉัน แม้มัน จะทำ ให้ฉัน
    ต้องปวดร้าว
    คำถาม หนึ่งคำนี้
    ตอบทีเถอะอยากรู้
     

     เธอรัก คนอื่น จริงรึเปล่า
    บอกกัน เท่านั้นพอ
    จริงรึเปล่า จริงรึเปล่า
    ฉันไม่อยาก จะค้างคาใจ
    ถ้ารักคนอื่น เธอก็บอก
    บอกกัน ให้เข้าใจ
    ไม่ว่าอะไร
    แค่อยาก ให้เธอ พูดเอง
     
     บอกฉัน ถึงเจ็บ ก็ไม่โกรธ
    เรื่องนี้ ไม่ควรจะปิด
    บังไว้ อย่าปิดบังไว้
    อย่างน้อย ฉันควรเป็นคน
    ได้รู้ ก่อนใช่ไหม
    คำถาม หนึ่งคำนี้
    บอกที เถอะอยากร
     
     เธอรัก คนอื่น จริงรึเปล่า
    บอกกัน เท่านั้นพอ
    จริงรึเปล่า จริงรึเปล่า
    ฉันไม่อยาก จะค้างคาใจ
    ถ้ารักคนอื่น เธอก็บอก
    บอกกัน ให้เข้าใจ
    ไม่ว่าอะไร
    แค่อยาก ให้เธอ พูดเอง


    เศร้าร้องไห้เศร้าร้องไห้เศร้าร้องไห้
    October 05

    ชีวิตหลังสอบเสร็จ

    คาดเดากันเอาไว้ว่า ช่วงชีวิตหลังการสอบมหาโหดเสร็จ จะพบกับความสุขสบาย
     
    แต่
     
    คนเรา คาดเดาผิด เสมอ
     
    ปิดเทอมแล้ว แต่ ก็ยังคงเหน็ดเหนื่อยเหมือนตอนเปิดเทอม
     
    เอ๊ะ หรือ เหนื่อยมากกว่า
     
    หรือ มันเป็นเพราะว่า
     
    ชีวิตไม่มีความสุข
     
    หรือ
     
    คิดมากไปเอง
     
    โอ๊ย สับสน
     
    ดึกแล้วด้วย
     
    ไปนอนดีกว่านะ
     
     
     
     
    มาอัพเพื่ออยากหาที่ระบายเฉยๆ ไม่มีอะไร
     
    September 10

    นานๆแวะมาที

    ช่วงนี้ขอโทษที่ไม่ได้อัพสเปซเลย เนื่องมาจาก งาน เยอะ มาก ๆ  ๆ  ๆ

    ไม่เคยคิดเลยว่าอยู่ปีสาม (แก่ๆ) แล้ว อ.จะสั่งงานได้นรกแตกขนาดนี้

    ก็จะพยายามแวะมาอัพบ่อยๆ กว่านี้ ละกันนะ

    (ขอบคุณที่โทรมาถามด้วยความเป็นห่วง)

     

    August 13

    Happy Birth Day

    วันนี้ เป็นวันที่เรามีชีวิตอยู่บนโลก ครบ ยี่สิบเอ็ดปี (รู้สึกแก่ๆยังไงก็ไม่รู้)
     
    แม้ว่าช่วงชีวิตที่ผ่านมา
     
    จะมีทั้งสุขแล้วก็ทุกข์ ดีใจ เสียใจ ร้องไห้ บ้าบอมามากมาย
     
    แม้ว่าในบางจังหหวะชีวิตที่มีเรื่องปวดหัว จนแทบหมดกำลังแรงที่จะหายใจแต่
     
    แต่เราก็ยังสามารถ มีชีวิตรอดมาได้ถึงทุกวันนี้
     
    ก็คงจะต้องขอขอบคุณ แหล่งกำลังใจและแหล่งแรงบันดาลใจทั้งหลาย
     
    ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนๆสวย(สยอง)ทั้ง เจ็ด
     
     ชิ รัตน์ เฉิน กุ้ง แอร์ เฮียง ต่าย ร้ากนะจุ๊บๆทั้งเจ็ดคนเลย 
     
    (ออกแนวคนแคระทั้งเจ็ดเลยนะเนี่ย)
     
    แล้วก็
     
    ท่านพี่ทั้งหลาย ที่คอยให้คำปรึกษาไม่ว่าจะเป็นเรื่องนั้น เรื่องนี้ เรื่องนู้น มากมาย
     
    สุดท้ายก็ครอบครัวที่คอยประคับประคองดูแล มาตลอด 
     
     
    และคนสองคนที่สำคัญที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้น ป๊า กะ ม๊า
     
     
    คิดไปคิดมา ก็คิดได้ว่าดีแล้วแหละ ที่ได้เกิดมาแล้วเป็นแบบนี้อ่ะนะ
     
     
     
    ขอบคุณ ทุกคนที่ไม่ลืม วันที่ไม่ค่อยสำคัญวันนี้ ซึ้งใจมากเลย
     
     
     
     
     
     
    ป.ล.การมีแฟน สามารถทำให้เรตติ้งตก เพราะฉะนั้น รับผิดชอบด้วยนะ
     
    August 04

    countdown for the last subject

    หลังจากที่ตะลุย สอบติดๆกันมาสามวัน สามวิชา หนุกหนานเฮฮากันไปเลยทีเดียว
     
    โดย เฉพาะ วิชาอ.สมเกียรติ สุดยอดมาก
     
    ตอนแรกเห็นแว๊บๆ ว่าโจทย์สั้น บรรทัดเดียวเอง
     
    แอบคิดในใจ โฮ๊ะๆ สงสัยจะง่ายไม่มีคำถามจุ๊กจิ๊กกวนใจ
     
    พอพี่เค้าแจกข้อสอบ เอาเลยค้าบ รีบเปิดดู
     
    พออ่านจบอยากจะเป็นลมให้ตกเก้าอี้ไป
     
    อารยธรรมและอำนาจเกี่ยวข้องกันอย่างไร (บลาๆๆๆ)
     
    โอ้โห อ่านแล้วก็อยากตายมากเลย
     
    แล้วมันเกี่ยวกันยังไงฟ่ะ สรุปก็ แถไปเรื่อๆ ตามเคย ไม่รู้ว่าจะถูกใจ อ. ป่าวเง้อ
     
    ดูหนังเสร็จ เอ้ย ทำข้อสอบเสร็จก็ไปดูหนัง เพื่อเป็นการปลดปล่อยอารยธรรม กับอำนาจ เอ้ย ไม่ใช่
    ปลดปล่อยความเครียดต่างหากหล่ะ
    ทั้งเครียดเรื่องสอบ เรื่องนู้น เรื่องนี้ เรื่องนั้น เต็มไปหมด
     
    ก็ไปดู Ratatooee สยามดิส
     
    หนูอารายจาน่าร้ากขนาดน้าน
     
    "ไม่ว่าใครก็สามารถทำอาหารได้"
    เราก็เชื่อว่าเป็นอย่างนั้น
    ทุกคนสามารถทำอาหารได้
     แต่จะกินได้รึป่าวนั่นมันอีกเรื่องนึง  จริงมั้ย ฮาๆ
     
    โอเค อย่าลืมเตือนตัวเองว่ายังมีวิชาปราบมาก เอ้ยปราบเซียนอีก คือ อียู อยู่ หยู้
    ตายสถานเดียวอ่า
    Examination is the same as war so keep fighting to be the best warrior
     
     
    อย่างไรก็ตาม (ทางการหน่อย)
    ยังไงก็ยังมีเรื่องปวดหัวอยู่ดี รูสึกอยู่แหม่งๆว่ายังมีบางอย่างที่ไม่เหมือนเดิม
     
    ยังเศร้าอยู่นิโหน่ยๆ
     
    เฮ้อ เมื่อไหร่จาหายเนี่ย
     
    August 01

    และแล้วก็เรียบร้อยไปหนึ่ง เหลืออีก สาม


    วันนี้ สอบคอนเทม รู้สึกสับสนในตัวเองมากๆเลย แต่ก็เขียนไปเยอะเหมือนกัน ออกแนว แถไปเรื่อยๆ
    แต่รู้สึกว่าลายมือจะเน่ามากๆ สงสารคนอ่านจัง
    เหลืออีก สาม ตัว เท่านั้นแล้วชีวิตก็จะกลับเข้าสู่สถานะ ไร้สาระเหมือนเดิม
    ตอนนี้รู้สึกว่าสมอง อุดตันไปด้วยเรื่องราวมากมาย มากมายจริงๆ
    อยากจะสังคายนาชีวิต แล้วก็เริ่มต้นใหม่ บ่นๆๆๆๆอีกแล้ว ไม่ได้ช่วยอะไรเลย
     อ่อๆ จะวันแม่แล้ว (ใกล้วันเกิดเราด้วยนะ) พอดีเจอบทความอันนึง ซึ้งสุดๆชอบก็เลยเอามาแปะเอาไว้ อ่านกันมั้ย
     

    1. เรื่องเริ่มขึ้นตอนเมื่อผมเป็นเด็กๆ ผมเกิดในครอบครัวยากจน
    ครอบครัวของเราจนมากจนต้องอดข้าวบ่อยๆ

    เมื่อไหร่ก็ตามเมื่อถึงเวลากินข้าว

    แม่จะแบ่งข้าวมาให้ผมเพิ่มขึ้นอีก
    พร้อมทั้งพูดว่า "ลูกต้องกินข้าวเพิ่มขึ้นนะ ส่วนแม่ไม่ค่อยหิว"

    นี้เป็นครั้งแรกที่แม่โกหกผม

     2. เมื่อผมเติบโตขึ้น คุณแม่เพียรพยายามหาเวลาว่างไปตกปลาในแม่น้ำ
    เพื่อว่าผมจะได้กินอาหารที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของผม

    แม่ต้มปลาที่ตกมาได้ทำเป็นซุปให้ผมกิน

    ในขณะที่ผมกินแกงต้มปลา..แม่จะนั่งข้างๆ ผม

    แทะกิน เศษเนื้อปลาที่ติดอยู่ตามก้างปลาหลังจากที่ผมไ ด้กินเนื้อปลาไปแล้ว
    ผมรู้สึกตื้นตันใจมาก..ผมพยายามแบ่งเนื้อปลาให้แม่

    แต่แม่ปฎิเสธทันควันพร้อมกับกล่าวว่า

    "ลูกกินเถอะ...แม่ไม่ค่อยชอบกินเนื้อปลา" นี่เป็นครั้งที่ 2 ที่แม่โกหกผม

     3. เมื่อผมเรียนอยู่ชั้นมัธยม เราต้องใช้เงินเพิ่มมากขึ้น
    แม่ต้องหารายได้พิเศษด้วยการรับงานเล็กๆ น้อยจากโรงงานมาทำที่บ้าน

    บางครั้งผมตื่นขึ้นมาตอนตี 1 หรือตี 2...ผมยังเห็นแม่กำลังทำงาน

    "
    แม่ครับ...นอนเถอะครับมันดึกมากแล้ว พรุ่งนี้แม่ต้องไปทำงานอีก"

    แม่ยิ้มกับผมพูดว่า "ลูกนอนต่อก่อนนะ...แม่ยังไม่เหนื่อย...นอนไม่หลับ"

    ครั้งที่ 3 แล้วที่แม่โกหกผม

     4. ตอนเมื่อใกล้จบชั้นมัธยมผมต้องไปสอบเป็นวันสุดท้าย
    แม่อุตส่าห์หยุดงานไปเป็นเพื่อนและเพื่อเป็นกำลังใจให้ผม

    มันเป็นวันที่แดดร้อนมากๆ...แม่ต้องรอผมอยู่หลายชม.

    เมื่อผมทำข้อสอบเสร็จ...รีบออกมาหาแม่

    เห็นแม่ผมมีเหงื่อออกท่วมตัว..

    แต่ท่านกลับรินน้ำเย็นที่เตรียมมาให้ผมดื่ม

    ผมเห็นแม่รู้สึกเหนื่อยและร้อนจึงขอให้แม่ดื่มน้ำก่อน

    แม่พูดขึ้นว่า "ลูกดื่มเถอะ....แม่ยังไม่กระหายน้ำ"

    นั่นเป็นครั้งที่ 4 ที่แม่โกหกผม

     5. หลังจากที่พ่อผมล้มป่วยและเสียชีวิต
    คุณแม่ที่น่าสงสารต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว

    แต่ก็ยังไม่ค่อยเพียงพอไม่ว่าคุณแม่จะพยายามมากขึ้นเพียงไร

    คุณลุงที่อยู่ข้างๆ บ้านท่านเป็นคนดี

    พยายามมาช่วยเหลือครอบครัวเราเสมอ....เช่นซ่อมแซมบ้านที่ผุพัง..ฯลฯ

    เพื่อนบ้านเห็นครอบครัวลำบากมากก็แนะนำให้แม่แต่งงานใหม่

    แต่แม่ยืนกรานไม่เห็นด้วย แม่พูดกับผมว่า

    "
    แม่มีลูกอยู่ทั้งคน...แม่ไม่ต้องการความรักอีก"

    แม่โกหกผมเป็นครั้งที่ 5 แล้ว

     6. ในทื่สุดผมก็เรียนจบและมีงานทำ
    ผมอยากให้แม่ซึ่งตรากตรำทำงานหนักมาตลอดได้พักผ่อนบ้าง

    แต่แม่ไม่ยอม.....กลับไปตลาดทุกเช้า

    ขายผักที่หามาได้เพื่อเลี้ยงชีพทั้งๆ ที่ผมพยายามส่งเงินมาให้แม่

    (
    ผมต้องไปทำงานในเมืองที่ห่างไกล)

    แม่ผมไม่ค่อยยอมรับเงินผม..บางครั้งยังส่งเงินกลับคืนให้ผมอีก

    แม่พูดกับผมว่า "แม่มีเงินพอใช้แล้ว...ลูกควรเก็บเงินไว้สร้างฐานะ"

    แม่โกหกผมเป็นครั้งที่ 6

     7. เพื่ออนาคตที่ก้าวหน้า..
    ผมตัดสินใจเรียนต่อปริญญาโทด้วยทุนของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในอเมริกา

    เมื่อผมเรียนจบก็ได้งานทำที่นั่นและมีเงินเดือนค่อนข้างสูง
    เมื่อทำงานไปได้สักพัก...ผมอยากให้แม่ผมมาอยู่กับผมที่อเมริกา

    เพื่อว่าแม่จะได้หยุดทำงาน...พักผ่อนให้สบายในบั้นปลายของชีวิต

    แต่แม่ผมไม่อยากรบกวนผม...บอกผมว่า "แม่ไม่คุ้นเคยกับชีวิตต่างแดน"

    ครั้งที่ 7 แล้วซินะที่แม่โกหกผม

     8. เมื่อแม่แก่ตัวลงไปเรื่อยๆ..
    ในที่สุดแม่ก็เป็นมะเร็งและต้องเข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาล

    ผมลางานแล้วรีบบินกลับมาหาแม่สุดที่รักทันที

    แม่ผมนอนพักฟื้นอยู่บนเตียงเมื่อผมไปถึง

    น้ำตาผมไหลอาบแก้มเมื่อเห็นแม่ซึ่งผ่ายผอมและดูทรุดโทรมลงอย่างมาก

    แม่รู้สึกดีใจมากที่เห็นผม....พยายามยิ้มอย่างสดชื่น ด้วยความลำบาก

    ผมรู้ดีว่าแม่ได้ฝืนความเจ็บปวดรวดร้าวอย่างสุดฝืน

    จากโรคมะเร็งร้ายที่ลามไปทั่วทั้งตัว

    ผมโอบกอดแม่พร้อมกับร้องไห้ด้วยความสงสาร

    หัวใจผมในขณะนั้นเศร้าหมองและเจ็บปวดอย่างที่สุด

    แม่พยายามปลอบผมด้วยเสียงที่แหบพร่าและสั่นเครือ

    "
    ลูกรักของแม่...เห็นหน้าลูกแม่ไม่รู้สึกเจ็บแล้ว"

    นี่เป็นครั้งที่ 8 ที่แม่โกหก

    และเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตของแม่ที่โกหกผม

    แม่ที่ผมรักและบูชามาตลอดชีวิตได้ปิดตาลงและจากผมไปอย่างไม่มีวันกลับ

    หลังจากที่เธอกล่าวคำโกหกครั้งที่ 8 จบลง

     แปลและเรียบเรียงจาก English Forward Mail -"mother's 8 lies"

    "รักแม่ เป็นรักแท้ไม่แพ้ระยะทาง"

     
     
     จงให้เวลาสำหรับความรักและคนรัก อย่าโหมทำงานมาก หรือออกสังคมมากไป จนทำให้สูญเสียคนที่เรารักและห่วงใยไป
    จงซื่อสัตย์และเปิดเผยกับคนรัก การโกหก ไม่ซื่อสัตย์และปิดบัง จะทำลายมิตรภาพ
     
     
     
    "ทิ้งฉันให้เหงาใจ ปล่อยไว้ ไม่มาดูแล เพียงแค่คิดขึ้นมาก็ใจหาย"
     
     
     
    "เพราะวันนี้เธอนั้น ไม่เหมือนไม่ใช่คนเก่า คนที่ยืนต่อหน้าเรา คนนี้เธอคือใคร
    บอกทีเธอทำไมใจร้ายใจดำอย่างนี้ หายไปไหนคนที่แสนดี
    บอกทีเป็นเพราะใครเธอจึงเปลี่ยนไป
    บอกที เธอทำไมใจร้ายใจดำอย่างนี้ หรือเพราะฉันที่ผิดใช่มั้ย
    ฉันควรจะทำอย่างไร
     เพื่อจะขอให้เธอคนนี้กลับมาเป็นคนที่เคยรักแสนดีดังเดิม"
     
     
     
    " คนที่เคยเจอที่รู้จัก คนที่ฉันฝากทั้งหัวใจ คนที่แสนใจดี คนที่มีน้ำใจทุกอย่าง อยากจะรู้ไปอยู่ไหน
    คนที่เจออยู่ไม่รู้จัก คนที่เย็นชา รักไม่เป็น อยากจะรู้คนเก่า ที่เราเคยรักกันอยู่ไหน กับคนนี้ไม่เอาไม่ขอที่จะเห็น 
    ฝากตามเค้าที คนที่ดีในวันนั้น ฝากขอให้เค้าคืนมา ขอให้คืนมาเหมือนอย่างเดิม
    ช่วยบอกเค้าที ฉันคนนี้คิดถึงเค้าเหลือเกิน เค้าหายไปอยู่ไหน ฝากย้ำทีว่าฉันรักเค้าคนเดิม"
     
     
     
    "คำว่ารัก ทุกครั้งที่เธอบอกฉัน มันทำให้ใจสั่น มันทำให้หวั่นไหว
    ก็พอรู้ ว่ารักกันต้องเชื่อใจ แต่ก็คิดมากไป กลัวเธอจะทิ้งกัน
    ก็รู้ ว่ารักขึ้นอยู่กับการไว้ใจ แต่ทำไมยังไม่มั่นใจไม่รู้เลย
    ยังกลัวหวั่นไหว หวั่นใจ กับรัก
    กลัวต้องเจ็บ ต้องช้ำ กับคำว่าไว้ใจ
    ฉันมั่นใจในรัก แตไม่มั่นใจในเธอ กังวลว่าหากเผลเธอจะทำให้ช้ำใจ
    กลัวเชื่อใจไปแล้ว สุดท้ายเธอทำให้เสียใจ หากเธอทิ้งฉันคงไม่ไว้ใจใครอีกเลย"
     
     
     
    "เจ็บจนชิน มันกินในหัวใจ
    ลึกเข้าไปกร่อนใจลงทุกที เจ็บจนใจล้ามาเป็นปี ก็ทน
    เจ็บไปเจ็บมาทุกวัน ก็เลยหมด หมดกำลังจะเสียใจไปกว่านี้
    อยากจะมีใครก็เชิญ ได้เลยเต็มที่
    จะให้ช้ำ ช้ำไปกว่านี้ ไม่มีทาง"
     
     
    "อยู่คนเดียว ในวันคืนเงียบเหงาและเดียวดาย อยู่กับวันที่มันเหงาใจ
    ห่างกันไกลเธอจะรู้บ้างมั้ยฉันเป็นห่วง อยากให้เธอกลับมาหากัน
    มีเพียงค่ำคืน ที่มันเหน็บหนาว ใจมันก็เหงาฉันคิดถึงเธอ
    รอเพียงแธอ รอจนอ่อนใจ วันและคืนเงียบเหงาจนทนไม่ไหว
    มีแต่วันเหงาๆ เธอไปอย่ที่ใดไม่เคยสนใจ
    เธอไม่เคยรู้เลยว่ายังมีฉันอีกคน
    เป็นแค่คนเหงาๆ คนที่มันไม่เคยจะมีความหมาย
    เป็นแค่คนที่เธอไม่เคยใส่ใจ มีแค่รอยน้ำตาในวันที่เหงาใจ"
     
     
     
     
    July 29

    เฮ้ออ

    เพื่อนๆ จาสอบแว้ว หักโหมอ่านหนังสือหน่อยน้า

    โดยเฉพาะ ไออาร์อ่า คงเข้าใจเราว่าตกอยู่ไหนสภาพแบบไหน

    โดยเฉพาะรายงานที่มันมามากมายไม่หยุดยั้งกันบ้างเลย

    อยากตะโกนบอก อ. ว่า อ.ขา หนูไม่ได้เรียนวิชา อ. วิชาเดียวน้า

     

    เทอมนี้เรียนตั้ง หก ตัว อ. ลืมไปรึป่าววว

     

    เหนื่อย จน อยากจาบ้าแร้วเนี่ย

     

    แต่ แต่ แต่ ไม่ท้อหรอก (มั้ง)

    ปี สาม ก็ แก่ๆ กันแล้ว รีบๆเรียนจะได้จบๆ ซะที

    เห็นพี่เค้ารับปริญญากันแล้วก็ชื่นจาย

     

     

     

    July 23

    โลกกลมๆใบนี้

      โลกกลมๆ ใบนี้
    ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ ของฟรีไม่เคยมี ของดีไม่เคยถูก
     อยู่ให้ไว้ใจ ไปให้คิดถึง
     คนเราต้องเดินหน้า เวลายังเดินหน้าเลย
    ไม่ต้องสนใจว่าแมวจะสีขาวหรือดำ ขอให้จับหนูได้ก็พอ
    ยิ่งมีใจศรัทธา ยิ่งต้องมีสายตาที่เยือกเย็น
    ในโลกกลมๆ ใบนี้ไม่มีคำว่าแน่นอน
    คนเราเมื่อม้าตาย ก็ต้องลงเดิน
    ท้อแท้ได้แต่อย่าท้อถอย อิจฉาได้แต่อย่าริษยา พักได้แต่อย่าหยุด
    เหตุผลของคนๆ หนึ่ง อาจไม่ใช่ของอีกคนหนึ่ง
     ถ้าไม่ลองก้าว จะไม่มีวันรู้ได้เลยว่าข้างหน้าเป็นอย่างไร หนทางอันยาวไกลนับหมื่นลี้ ต้องเริ่มต้นด้วยก้าวแรกก่อนเสมอ
    ปัญหาทุกอย่าง อยู่ที่ตัวเราทั้งสิ้น
    จะเห็นค่าของความอบอุ่น เมื่อผ่านความเหน็บหนาวมาแล้ว
    อันตรายที่สุด คือการคาดหวัง
    เริ่มต้นดีแล้ว ลงท้ายก็ต้องดีด้วย
    อย่ายอมแพ้ถ้ายังไม่ได้พยายามอย่างเต็มที่
    จงใช้สติ อย่าใช้อารมณ์
    เบื้องหลังความเข้มแข็ง สมควรมีความอ่อนโยน
    ไม่มีคำว่าบังเอิญในเรื่องของความรัก มีแต่คำว่าตั้งใจ
    ยินดีกับสิ่งที่ได้มา และยอมรับกับสิ่งที่เสียไป
    หลังพายุผ่านไป ฟ้าย่อมสดใส หลังผ่านปัญหา จะรู้ว่าปัญหานั้นเล็กนิดเดียว
    ไม่เป็นขุนนางน่ะได้ แต่ไม่เป็นคนไม่ได้
     มีแต่วันนี้ที่มีค่า ไม่มีวันหน้า วันหลัง เมื่อวานก็สายเกินแก้ พรุ่งนี้ก็สายเกินไป     
      อย่าหวังว่าจะได้รับความรักจากคนที่คุณรัก เพราะคนที่คุณรักไม่ได้รักคุณหมดทุกคน   
      เพื่อนทั่วไปไม่เห็นคุณร้องไห้ เพื่อนแท้มีหัวไหล่ไว้คอยซับน้ำตาให้
     เพื่อนทั่วไปถือขวดไวน์ติดมือมางานปาร์ตี้ของคุณ เพื่อนแท้จะมาแต่หัววันเพื่อช่วยเตรียมงาน
    เพื่อนทั่วไปคาดหวังให้คุณอยู่เคียงข้างเขาเสมอ เพื่อนแท้คาดหวังที่จะอยู่เคียงข้างคุณตลอดไป
     
     
     
     

    เพื่อนทั่วไปอ่านแล้วทิ้งไป เพื่อนแท้จะส่งต่อๆ ไป ส่งผ่านให้ใครก็ได้ที่คุณห่วงใย หากคุณได้รับคืน หมายถึงคุณได้พบเพื่อนแท้แล้ว
    July 20

    ไปทำบุญกันมั้ย

     
     
     
    อยากไปทำบุญ อยากไปทำบุญ อยากไปทำบุญ อยากไปทำบุญ
     
    วันนี้ฟังที่ อ.สมเกียรติ พูดไว้ก็น่าคิด ทำบุญๆๆๆให้มันเยอะๆ
     
    เพราะเราไม่รู่ว่ชีวิตเราถูกกำหนดไว้ด้วยอะไรกันแน่
     
    เรากำหนดเอง เช่น ไม่อ่านนังสือแล้วจะคะแนนห่วย
     
    หรือ บุญกรรมทำมา เช่น เกิดมาโง๊โง่ อ่านหนังสือไปก็เท่านั้น
     
     
    เพราะฉะนั้น ทางที่ดี ทำบุญดีกว่า  เผื่ออะไรๆจะดีขึ้น
     
    เราไม่ได้ทำบุญแล้วหวังผลนะ
     
    เพราะยังไง การที่ทำดีอย่างน้อยที่สุด ตัวเราเองก็สบายใจ
     
    หรือคนที่ได้รับความช่วยเหลือจากเรา เค้าก็อาจจะรู้สึกดีๆกับเราบ้าง
     
    เราจะได้รู้สึกว่ามีค่ากับใครบางคนบ้าง ถึงแม้จะเป็นคนเร่ร่อนพเนจร หรือว่าขอทานก็เหอะ
     
    แต่ก็อย่าโง่ ช่วยคนอื่นจนตัวเองเดือดร้อนนะ
     
     
     
    ฉันมันเป็นแค่เพียงคนใจช้ำๆ มีแค่ใจดวงเดียวช้ำๆ เท่านั้น
     
    "จะไปสำคัญอะไร"
     
    ใครจะมารักฉัน ต้องข่มใจตัวเองซ้ำๆ เอาไว้ อย่าไปสำคัญตัวเองผิด
     
    ถึงฉันทำดีสักเท่าไหร่ ก็ไม่โดนใจอยู่อย่างนั้น ไม่มีวัน จะมีความหมาย.....
     
     
    July 16

    เมื่อไหร่ที่วันนั้นจะมาถึง

    หลับเถอะนะ แก้วตา จงนอนหลับไหล

    จะอยู่ตรงนี้ ไม่จากไปไหน หลับตาพักวางดวงใจ ไว้กับฉัน

    เหนื่อยพอแล้ว เจ็บพอแล้ว สิ่งเลวร้ายให้แล้วร่วงไปเป็นเพียงแค่ฝัน

    จะกอดเธอไว้ จวบจนสิ้นแสงจันทร์ จากนี้จะไม่มีวัน เดียวดาย

     

    จะเคียงข้างเธอทุกคืน และจะคอยสบตาเมื่อตื่น

    อย่าคิดอย่านึกกังวลกับสิ่งใด

    จะคอยกล่อมให้ฝันดี จะไม่ยอมให้เธอฝันร้าย

    หลับตาพักให้สบาย คนดี

     

    หลับเถอะนะ เพราะฉันจะพาเธอข้ามคืนนี้

    จะกอดเธอไว้ จะอยู่ตรงนี้ กล่อมเธอให้นอนฝันดี ตลอดคืน
    July 12

    ขอบ่นหน่อยนะ

    เฮ้ออออออออ! ช่วงนี้ป็นอารายก็ไม่รู้ เหนือยเป็นบ้าเลย
    รายงานก็ยุ่ง เรื่องปวดหัวก็เยอะ
    ไม่รู้ว่าจะทำยังไง ให้สถานการ์มันคลี่คลายลงบ้าง
    ไม่รู้จาทามยางไงดี เหนื่อย เบื่อ ท้อแท้ เ
    มื่อไหร่จะเรียนจบสักทีน้า
     
    ขอแรงบันดาลใจดีๆ ถ้าทำให้หายเครียดได้จะกราบงามๆ
     
    July 07

    (ต่อ)

    31. ผู้หญิงบ้างคนทำอาหารไม่เป็นเลยจริงๆหรือว่าแกล้งทำ
    ตอบ : ทำน่ะ มันทำได้ แต่จะขาดรสอร่อย
    32. ทำไมผู้หญิงวิตกจริตกันเอามากๆ
    ตอบ : คุณเรียกว่าวิตกจริตแต่ผู้หญิงเรียกว่า กลัว
    33.ทำไมผู้หญิงถึงได้ตั้งใจและเรียนเก่งกันนัก
    ตอบ : ก็เพราะผู้หญิงขับรถไม่เป็นสับปะรดไง
    34. ยามเข้านอน คุณสวมชุดชั้นในกันหรือเปล่า
    ตอบ : แล้วแต่ คนส่วนมาก ไม่
    35. ทำไมต้องรวบผมครึ่งเดียว
    ตอบ : มันจำเป็นที่จะต้องรวบหมดด้วยเหรอ
    36. ตอนสวมชุดเกาะอก เปิดไหล่ใส่เสื้อชั้นในกันหรือเปล่า
    ตอบ : ใส่บ้าง ไม่ใส่บ้างแล้วแต่ชุด
    37. ตอนสวมชุดว่ายน้ำ คุณสวมกางเกงในด้วยหรือเปล่า
    ตอบ : คำตอบเดียวกับข้อ 36
    38. เคยจินตนาการแบบอีโรติกกับผู้ชายที่กำลังอยู่ตรงหน้าบ้างไหม
    ตอบ : ไม่เคย พราะแค่เจอหน้าก็อารมณ์หดหมดแล้ว แต่ถ้ากับดารา ก็ไม่แน่
    39. ชุดโชว์ร่องอกน่ะ อยากให้ผู้ชายดูใช่ไหม
    ตอบ : คล้ายๆกับคำตอบข้อ 20
    40. ทำไม ต้องอคติกับแม่สามีด้วย (กำลังจะคิดให้มีวันแม่ยาย”)
    ตอบ : อาจจะเพราะรักผู้ชายคนเดียวกันก็ได้มั้ง

    41. เอ่อ! ..คุณชอบท่าไหนมากที่สุด
    ตอบ : ทำไมคุณไม่ถามว่าเกลียดท่าไหนที่สุด จะตอบง่ายกว่า
    42. คุณจะเปลี่ยนมาเป็นศาสนาเดียวกับผมได้ไหม
    ตอบ : ได้ แต่คุณลองให้เหตุผลดีๆมาซัก 3 ข้อ
    43. ถ้ามาอยู่บ้านผู้ชายแล้ว ผู้หญิงเขาจะช่วยค่าใช้จ่ายในบ้านไหม
    ตอบ : แล้วทำไมผู้หญิงต้องไปอยู่บ้านคุณด้วย
    44. ทำไมผู้หญิงต้องเอาเป็นเอาตายกับวันครบรอบสารพัดวันด้วย
    ตอบ : ที่จริงผู้หญิงทุกคนอยากจะรู้ว่าผู้ชายที่รัก จะรักและสนใจอะไรเกี่ยวกับตัวเธอบ้างไหม
    45. ผู้หญิงเคยสวมกางเกงในกลับด้านกันบ้างไหม
    ตอบ : เคย (โดยส่วนตัวไม่เคย)
    46. กางเกงเป้าต่ำน่ะ ใส่สบายดีจริงๆหรือเปล่า
    ตอบ : ก็สบายต่อสายตา ผู้ชายไง
    47. ทำไมต้องให้ผู้ชายเป็นฝ่ายเลี้ยงทุกครั้งที่ออกเดท
    ตอบ : ไม่ได้ตั้งใจ
    48. คุณเคยดูหนังโป๊กันใช่ไหม
    ตอบ : ใช่ ชอบด้วย (โดยส่วนตัวไม่เคย)
    49. ระหว่างเครื่องสำอางกับอาหาร คุณให้อะไรเป็นที่หนึ่ง
    ตอบ : เครื่องสำอาง
    50. เคยแอบมองเป้าผู้ชายกันบ้างหรือเปล่า
    ตอบ : ไม่มองแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าคุณไม่ได้รูดซิป

    51. ทำไมต้องหวงเวลาที่คุณผู้ชายไปสังสรรค์กับเพื่อนผู้ชายด้วยกัน
    ตอบ : ก็เพราะว่าไม่ได้ไปด้วยไง จริงๆแล้วอยากไปด้วย
    52. ทำไมชอบคิดจับผิดว่าคนนั้นคนนี้เป็นเกย์
    ตอบ : เพราะพวกเขาชอบเรียกพวกเราว่า ชะนี
    53. คุณแอบชอบเพื่อนของแฟนบ้างไหม
    ตอบ : จะชอบเข้าไปได้ยังไง อ้วนดำและปากปีจอขนาดนั้น
    54. ทำไมเป็นนักสำรวจมือทองกันจัง ซ่อนอะไรไว้ตรงไหนหาเจอหมด
    ตอบ : พรสวรรค์อีกนั่นแหละ
    55. ผ่าท้องคลอด หมอผ่าตรงไหน
    ตอบ : ใต้สะดือ
    56. สวมถุงน่องข้างนอกหรือข้างในกางเกงใน
    ตอบ : ข้างนอก (ไม่ใช่ซูเปอร์แมนนะ)
    57. ครีมทาหน้าขาวน่ะ ขาวจริงๆหรือเปล่า
    ตอบ : ถามพอนด์ส ดูสิคะ
    58. ผู้หญิงอายุมากๆยังมีความรู้สึกทางเพศไหม
    ตอบ : ถามญาติผู้ใหญ่คุณดูดีกว่าไหม
    59. ทำไมชอบทำสีผมกันจัง ทำไมคิดว่าจะทำให้ดูดีขึ้น
    ตอบ : คุณคิดว่าผมสีขาวกับสีดำ สีไหนดูดีกว่ากัน
    60. ทำไมต้องหึงหวงอย่างไม่มีเหตุผล
    ตอบ : คุณรู้ได้ ไงว่าไม่มีเหตุผล เหตุผลมีเป็นพันๆข้อ แต่คุณไม่ยอมรับรู้ต่างหาก

    61. ทำไมต้องให้โทรหาทุกวัน
    ตอบ : จะได้รู้ไงว่าคุณมีชีวิตอยู่หรือเปล่า
    62. การไม่ปฏิเสธ คือการยอมรับหรือเปล่า
    ตอบ : ใช่
    63. การที่คุณโทรหาผม แสดงว่าคุณชอบผมเข้าแล้วใช่ไหม
    ตอบ : เปล่า ฉันชอบเพื่อนคุณต่างหาก
    64. การที่คุณเงียบ แปลว่าคุณยอมใช่ไหม
    ตอบ : ยอม อาย ลังเล แล้วแต่
    65. คุณภูมิใจมากใช่ไหมที่มีรายได้สูงกว่าผู้ชาย
    ตอบ : ทำไมไม่คิดให้มีมากกว่าผู้หญิง

     

    อันนี้เป็นภาคต่ออ่ะน อ่านจนจบแล้ว ยังไงก็อยากเป็นผู้ชายอยู่ดีอ่ะ

    คำถามที่ผู้ชายอยากรู วันนี้มีผู้หญิงมาตอบ

     

    1. เวลาผู้หญิงเข้าห้องน้ำ จะเปิดซิปกระโปรงหรือ ถลกเอา?
    ตอบ : แล้วแต่สะดวก แต่ส่วนมากถลก                                                                                                                                                       2. ผู้หญิงสวมกระโปรงยาวเป็นคนเรียบร้อยใช่ไหม?
    ตอบ : ไม่เสมอไป อาจเป็นแฟชั่น
    3. มีเสื้อผ้าเต็มตู้ จนไม่มีช่องว่างให้แมลงสาบหายใจ แต่ทำไมยังบอกว่าไม่มีอะไรจะใส่?
    ตอบ : ก็หาที่ถูกใจกับอารมณ์วันนี้ยังไม่ได้ เพื่อความเหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละวัน หรือว่าแฟชั่นช่วงนั้นๆ
    4. ทำไมผู้หญิงต้องมุ่งมั่นเอากับการทำให้ผมตรงเรียบแบบเอาเป็นเอาตายด้วย?
    ตอบ : แล้วจะให้มันยุ่งทำไมละ
    5. สวมร้องเท้าส้นสูงแหลมๆทำไมถึงทรงตัวได้?
    ตอบ : เป็นพรสวรรค์ตั้งแต่ชาติก่อน
    6. ไอ้เจ้ามาสคาร่านะ มันจะทำให้ดูดีขึ้นเหรอ?
    ตอบ : โคดๆ ถ้ายาวทิ่มตาผู้ชายได้ จะแฮปปี้สุดๆ
    7. น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเป็นโศกนาฏกรรมชีวิตเลยหรือ?
    ตอบ ไม่ใช่แค่น้ำหนัก แต่รวมถึงเอว ตะโพก พุง ต้นแขน ต้น ขา และรอบคอ
    8. ต้องการอะไรทำไมไม่พูดตรงๆและทำไมต้องคิดว่าผู้ชายต้องเป็นผู้หยั่งรู้ดินฟ้าด้วย
    ตอบ : อ้าว ไม่รู้นี่ว่าผู้ชายไม่ฉลาด
    9. เวลาคนอุ้มท้อง นอนหงายหรือนอนตะแคง?!
    ตอบ : ทั้งสองอย่าง แล้วแต่ความเมื่อย
    10. ทำไมต้องเติมแป้งที่ใบหน้าอยู่ตลอดเวลา
    ตอบ : อยากสวย

    11. เป็นโสดทำไม?
    ตอบ : ที่หาได้ก็ไม่ดี ที่ดีๆก็หาไม่ได้
    12. ผู้หญิงตายด้าน มีหรือเปล่า?
    ตอบ : ผู้หญิงที่ตายด้านก็เพราะคำตอบข้อ 11 นั่นแหละ
    13. ทำไมต้องมีร้องเท้าหลายสิบคู่ด้วย มันต่างกันยังไง?
    ตอบ : ทำไมผู้ชายถึงชอบมีเมียที่ละหลายคน
    14. ทำไมฝีมือการขับรถของผู้หญิงไม่เป็นสับปะรดเอาซะเลย?
    ตอบ : ก็เพิ่งรู้ตอนคุณถาม แต่ผู้หญิงก็ไม่ได้เมาแล้วขับ เอ๊อๆๆๆ
    15. ทำไมผู้หญิงชอบกินผลไม้ดอง?
    ตอบ : แล้วทำไมผู้ชายชอบดื่มเหล้า สูบบุหรี่
    16. เวลาคุณเสยผมแปลว่าเชิญชวนใช่ไหม?
    ตอบ : ไม่ว่ากันถ้าจะคิดอย่างนั้น ขนาดผู้หญิงด่าคุณ ยังหาว่าผู้หญิงชอบ
    17. ไอ้กระเป๋าสะพายราคาเป็นหมื่นๆนั้น มันวิเศษยังไง?
    ตอบ : แล้วสุราราคาแพงๆทำไมคุณบอกว่าอร่อยกว่าราคาถูกทั้งๆที่ดื่มแล้วก็เมาเหมือนกัน

    18. กลัวลิปสติกเลอะเวลากินข้าว แล้วทำไมต้องทาก่อนออกไปกินข้าวด้วย?
    ตอบ : คุณรู้ว่าเที่ยวผู้หญิง นอกใจเมียเสี่ยงต่อการเป็นเอดส์ แล้วทำทำไม
    19. ส้มตำเป็นยาอายุวัฒนะเหรอ?
    ตอบ : ก็อยากผอม สวย

    20. ผู้หญิงสวมกระโปรงสั้น เพราะอยากอวดให้ผู้ชายเห็นเรียวขาหรือเปล่า?
    ตอบ : ใช่

    21. ในการปฏิบัติกิจพิเศษ ผู้หญิงสามารถรับได้สูงสุดกี่หนในคราวเดียว?
    ตอบ : ผู้ชายทำได้กี่หนก็รับได้เท่านั้นแหละว่าแต่ทำได้หรือเปล่าเหอะ
    22. เสื้อชั้นใน ตะขอหน้ากับตะขอหลัง มันต่างกันตรงไหน?
    ตอบ : ตะขอหน้าสำหรับผู้ชายมือใหม่ ตะขอหลังสำหรับขั้นเทพ คุณละ ขั้นไหน
    23. เวลามีรอบเดือน เจ็บปวดหรือเปล่า?
    ตอบ : เจ็บปวด ไม่ทุกคนและก็ไม่ทุกครั้ง
    24. คุณซัก กางเกงในกันบ่อยแค่ไหน?
    ตอบ : บ่อยเท่าที่จะทำได้ นุ่งซ้ำไม่ลงเหมือนคุณหรอก
    25. ผู้ชายเก่งกับผู้ชายรวย อย่างไหนมีน้ำหนักกว่ากัน
    ตอบ : ถ้าทั้งเก่ง ทั้งรวย น้ำหนักจะดีมากๆ
    26. ทำไมคุณเดินช้อปปิ้งโดยที่ไม่ เหมื่อย ไม่เหนื่อย ไม่เบื่อกันเลย
    ตอบ : เวลาที่คุณดื่มสังสรรค์กับเพื่อนคุณถึงสว่าง คุณไม่อยากเลิก ไม่เหนื่อย ไม่เบื่อ ไม่กลัวเมียเวลาเข้าบ้นบ้างหรือ
    27. เพชรมันสวยยังไง ทำไมใฝ่ฝันจะเป็นเจ้าของกันหนักหนา
    ตอบ : ก็มันสวยกว่าก้อนหินนี่
    28. คุณนอนหลับท่าไหนกันบ้าง
    ตอบ : ทุกท่าที่ทำให้หลับสบาย
    29. จุดยุทธศาสตร์ของผู้หญิงน่ะ จริงๆแล้วมีตรงไหนบ้าง
    ตอบ : ถามแฟนคุณจะดีที่สุด
    30. คุณเคยช่วยตัวเองใช่ไหม
    ตอบ : คุณถามเพราะไม่รู้จริงๆเหรอ

     

     

     

    ก็อบมาอ่านกันขำๆอ่ะ ชางทีผู้หญิงก็ซับซ้อนเกินกว่าจะทำความเข้าใจ บางทีเราเองยังไม่เข้าใจตัวเองเลย  เฮ้อออ อยากเป็นผู้ชายจัง

     

    July 02

    สิ่งที่เรียนรู้

    สิ่งที่เรียนรู้เมื่ออายุปูนนี้ของ อุดม แต้พานิช  

    * มนุษย์ต้องการสิ่งที่ตนเองไม่มี

    * แฟนของคนอื่นมักจะสวยกว่าแฟนของตัวเอง

    * เวลาที่เราวิ่งมารับโทรศัพท์จากที่ไกลๆ เมื่อถึงโทรศัพท์ เสียงมันมักจะหยุด เราจะ ช้าไป 1 จังหวะเสมอ

    * ถ้าแอบรักใครอย่าฝากใครไปบอก บอกด้วยตัวเองจะดีกว่า

    * เวลาสั่งอาหารไว้นานแล้วยังไม่ได้สักทีให้พูดว่าไม่เอาจะได้เร็ว

    * ถ้าเรียกเก็บเงินแล้วไม่มีใครมาเก็บเสียที ให้ลุกขึ้นทำท่าจะกลับทั้งโต๊ะ จะมีพนักงานพุ่งมาทันที

    * ปลูกต้นลั่นทมไว้หน้าบ้านไม่เกี่ยวอะไรกับความทุกข์ระทมของตัวเราเลย

    * ระวังคนขายโรตี ที่เพิ่งเดินออกมาจากป่าละเมาะ, พุ่งไม้, ซอกตึก, อย่าตัดสินใจ ซื้อจนกว่าเขาจะล้างมือ

    * ไม่มีสัจจะในร้านตัดเสื้อ

    * ระวังคน ที่แสดงออกว่าเป็นคนดีมากๆ

    * อย่าซื้อทุเรียนมาปอกเอง

    * หนังสือดีคือหนังสือที่เราชอบอ่าน, หนังดีคือหนังที่เราชอบดู

    * อยากให้คนอื่นรู้เรื่องที่เรานินทามากๆ อย่าลืมย้ำบ่อยๆ ว่าอย่าบอกใครนะ

    * อย่าทิ้งกระดาษชำระไว้ในชามก๋วยเตี๋ยว คนล้างจะเสียความรู้สึก

    * เรียกยามว่าซีเคียวรีตี้ การ์ด ยามจะตั้งใจโบกรถ

    * อย่าซื้ออะไรที่ต้องเอามาซ่อมต่อ

    * รถในเมืองไทยพวงมาลัยอยู่ทางขวา แต่ฝาน้ำมันไม่อยู่ขวาเสมอไป

    * ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนไม่ต้องเอายาสีฟันไปก็ได้ ยังไงเพื่อนต้องมี

    * อย่าเข้าใกล้หมาตอนกินข้าว

    * ตลาด อตก. มาจากคำว่า เอเวอรี่ติง เกินราคา

    * เวลาดูหนังโรง ควรจำว่ากระปุกน้ำอยู่ด้านไหน

    * ตัดผมวันพุธได้ ไม่บาป

    * คนไม่กินเนื้อไม่ได้แปลว่าเป็นดีเสมอไป

    * เวลาบ้วนน้ำยาลิสเตอรีน ออกจากปากให้หลับตาด้วย

    * ปูอัด มันทำจากปลา

    * กระเพาะปลามันทำมาจากหนังหมู

    * กินก๋วยเตี๋ยวจากตะเกียบไม้อร่อยกว่า

    * อย่าไปจ่ายตลาดเวลาหิว เราจะซื้อมาเยอะเกินจำเป็นเสมอ

    * ในโลกนี้จะชอบมีคนมาทักอยู่ 2 ประเภทเท่านั้น ประเภทแรก อ้วนขึ้นนะ กับประเภทที่ 2ผอมลงนะ ไม่มีใครเข้ามาทักว่าปกติดีนี่ไปทำอะไรมา

     * คนที่เอาหมวกตำรวจ หรือชุดตำรวจแขวนไว้หลังรถมิใช่เพราะบ้านเขาไม่มีตู้ เขาไม่ได้ลืม เค้าแค่กลัวคนไม่รู้ว่าเขาทำอาชีพอะไร

    * คนที่มีรถทะเบียนเลขเดียวเรียงติดกันหลายๆตัว เป็นคนธรรมดาเหมือนกับเรา

    * คนที่มีความรู้มากๆ เขามักจะใช้ความรู้ขังจินตนาการ

    * ฟู่ฟ่าเดี๋ยวก็วาย เรียบง่ายอยู่ได้นาน

    * จงอย่าอิจฉาคนอื่น แต่จงใช้ชีวิตให้คนอื่นอิจฉา

    * เวลาที่เปิดหนังสือให้เพื่อนดูหน้าที่ตัวเองพูดถึงมักจะหาไม่เจอ

    * ขนมและน้ำในโรงหนัง จะแพงกว่าข้างนอก

    * ห้องน้ำผู้หญิง ผู้ชายเข้าไปดูเป็นพวกโรคจิต, ห้องน้ำผู้ชายผู้หญิงเข้ามาดูเป็นแม่บ้าน.

    * เวลารถติด เลนอื่นมักไปได้เร็วกว่าเลนเราเสมอ

    * ถ้าเราขับรถไม่ทันไฟเขียวเป็นคันสุดท้าย ให้คิดว่าเดี๋ยวเราจะได้ไปเป็นคันแรก

    * ถ้ามีการแนะนำตัวว่า "นี่เพื่อนฉัน" หมายความว่า "แฟนฉัน"

    * ถ้ามีการแนะนำตัวว่า "นี่แฟนฉัน" หมายความว่า "ผัว/เมียฉัน"

    "แต่สิ่งที่เราเพิ่งจะเรียนรู้/ซาบซิ้ง กับมันจริงๆก็คือ ความคิดถึง ไม่ว่าจะคิดถึงอะไรก็แล้วแต่ บางครั้งมันก็ทำให้เราทรมานสุดๆได้เหมือนกัน

    ถ้าคน/สิ่งที่เราคิดถึงนั้น ไม่ได้รับรู้ความรู้สึกของเรา หรือรู้แต่ไม่ได้สนใจ มันทรมานจริงๆนะ"

    เศร้าอีกแระ

    June 26

    ของขวัญ สำหรับเซียนขี้หลี

    หนุ่มชีกอ: "เราเคยเจอกันมาก่อนรึเปล่าครับ?"
    สาวแสบ : "เคยค่ะ เดี๊ยนเป็นพนักงานต้อนรับอยู่ที่คลีนิคกามโรคไงคะ"

    หนุ่มชีกอ: "ผมเคยเห็นคุณที่ไหนมาก่อนรึเปล่าเนี่ย?"
    สาวแสบ : "คงงั้นมั้งคะ ชั้นถึงไม่เคยไปที่นั่นอีกเลยไง"

    หนุ่มชีกอ: "ที่นั่งตรงนี้ว่างมั้ยครับ?"
    สาวแสบ : "ว่างค่ะ และที่ของเดี๊ยนก็จะว่างด้วยนะคะถ้าคุณจะนั่งล่ะก็"

    หนุ่มชีกอ: "จะไปบ้านคุณหรือบ้านผมดี?"
    สาวแสบ : "ทั้งสองหลังเลยดีกว่าค่ะ คุณไปบ้านคุณ ชั้นก็ไปบ้านชั้น"

    หนุ่มชีกอ: "ผมอยากโทร.ไปหาคุณจังเลย เบอร์อะไรครับ?"
    สาวแสบ : "มันก็อยู่ในสมุดโทรศัพท์ไงคะ"
    หนุ่มชีกอ: "แต่ผมไม่รู้จักชื่อคุณนี่?"
    สาวแสบ : "นั่นก็อยู่ในสมุดโทรศัพท์เหมือนกันค่ะ"

    หนุ่มชีกอ: "งั้นคุณทำมาหากินอะไรครับ?"
    สาวแสบ : "เดี๊ยนปลอมตัวเป็นผู้หญิงค่าาาา"

    หนุ่มชีกอ: "ผมรู้วิธีที่จะปฏิบัติต่อผู้หญิงหรอกน่า"
    สาวแสบ : "งั้นก็กรุณาอย่ามาวุ่นวายกับเดี๊ยนนะคะ"

    หนุ่มชีกอ: "ถ้าหากผมได้เห็นคุณเปลือยเปล่า ผมคงตายอย่างมีความสุข
    สาวแสบ : "งั้นเชียว แต่ถ้าชั้นได้เห็นคุณล่อนจ้อนนะชั้นคงได้ตายอย่างขำก ลิ้งแน่เลย"

    หนุ่มชีกอ: "ผมจะยอมทำทุกอย่างเพื่อคุณ"
    สาวแสบ : "อุ๊ย ดีค่ะ เราเริ่มกันที่บัญชีธนาคารของคุณเลยเป็นไงคะ"

    หนุ่มชีกอ: "ผมอยากถวายตัวให้กับคุณนะ"
    สาวแสบ : "เสียใจนะคะ เดี๊ยนไม่รับของขวัญถูกๆ ค่ะ"
     
    ฮาๆ สะจาย
    June 21

    ถ้าคุณมองเห็น ความรักเป็นวงกลม . . .

     

    ความรักทำให้คนตาบอด หลายคนพูดกันเยอะ . . .
    อาจเป็นเพราะ ความรักในช่วงแรกมีแต่ความหวานชื่น
    อะไรๆ เลยดูดีไปหมด  . . .

    เพราะความรัก . . .
    กลบร่องรอย ความขัดแย้งได้อย่างสนิทใจ
    แต่รู้มั้ยว่า นั่นอาจเป็นกลอุบายของความรัก
    ที่ปกปิดเบื้องหลังของมันไว้. . .
    ไม่ให้เราได้รับรู้ ให้เห็นเพียงด้านเดียว
    เผลอๆ เราก็ตกหลุมพรางของความรักเข้าให้แล้ว
    . . . จนยากจะถอนตัว

    และเมื่อถึงวันที่ความรัก . . . ค่อยๆ หันข้างให้เรา
    หรือหันหลังให้ เราจะค่อยๆ ค้นพบความรักในอีกแง่มุมหนึ่ง
    ซึ่งเราไม่เคยเห็นมาก่อน มันจะมาพร้อมความเจ็บปวด
     และก่อเกิดนิยามของคำว่า "รักนักมักมีทุกข์"

    ในความเป็นจริง . . . 360 องศา ของความรัก
    ก็เหมือนชีวิตมนุษย์เราหนึ่งคน ที่มีทั้งด้านบวกและด้านลบ
    ผสมกลมกลืนกันไป ในสัดส่วนที่ต่างกัน
    อยู่ที่ว่าคนสองคน จะหมุนมันไปในทิศทางเดียวกันหรือเปล่า

    หากต่างคน ต่างแย่งกันหมุน . . .
    ความรักก็มักจะทำให้ คนสองคนเวียนหัว
    แย่งกันหมุน ไปคนละทิศคนละทาง
    และวันหนึ่งความรัก ก็ต้องล้มครืนลงมา

    แต่หากทั้งสองคน จัดสรรเวลา
    แบ่งกันผลักแบ่งกันรับ และหมุนความรักไปในทางเดียวกัน
    คนสองคนก็จะเห็นความรักในทุกๆ ด้าน
    และความรักอันนั้น ก็จะเป็นความรักที่สองคนนี้เท่านั้น . . .
    . . . ที่จะดูแลมันได้เข้าขากันที่สุด

     

    ไม่แปลกอะไรเลย . . .
    ถ้าเราจะพบกับความเจ็บปวดของความรัก
    อยู่ที่ว่า . . . เราจะทอดทิ้งมัน
    หรือมองความรัก ในทุกๆ องศา หรือเปล่า?

     

    "ก็ความรักมันทำให้ตาบอดไปแล้ว ตอนนี้เลยมองไม่เห็นอะไรเลย

    สัมผัสได้แค่รู้สึกอย่างเดียว"

    June 19

    ที่เห็น และ เป็นอยู่

     
     
     
    ไม่มีอะไรน้อยไป ไม่มีอะไรที่เธอนั้นมีอยู่ ที่ไม่เพียงพอ
    อะไรที่เธอให้มา อะไรที่เธอนั้นทำเพื่อฉันอยู่ ก็ดูเกินพอ
     
    "เธออย่ามอง อย่าพูดว่าดีไม่พอ กับฉัน"
    คิดอย่างนั้นยิ่งทำให้ฉันเสียใจ
    เธอไม่ดีก็คงไม่มีสักคนที่ไหน ดีอย่างใจที่ฉันต้องการ
     
    "ฉันรักที่ฉันมีอยู่ ฉันรู้ใจฉันที่สุด ว่ารักเธอ ก็รักทุกอย่างของเธอ
    ฉันรักที่เธอเป็นอยู่ ไม่ได้ต้องการคนรักที่หล่นมาจากฟ้า"
     
    อะไรที่ตัวฉันมี ก็ยังไม่ดีพร้อม ไม่สมบูรณ์แบบ ไม่ต่างกันเลย
    แต่การที่เรารักกัน ก็ทำให้ชีวิตมันสมบูรณ์แบบ ยิ่งกว่าที่เคย
     
    เธออย่ามอง อย่าพูดว่าดีไม่พอ กับฉัน
    คิดอย่างนั้นยิ่งทำให้ฉันเสียใจ
    เธอไม่ดีก็คงไม่มีสักคนไหน ดีอย่างใจที่ฉันต้องการ
     
    ฉันรักที่ฉันมีอยู่ ฉันรู้ใจฉันที่สุด ว่ารักเธอ ก็รักทุกอย่างของเธอ
    ฉันรักที่เธอเป็นอยู่ ไม่ได้ต้องการคนรักที่หล่นมาจากฟ้า
     
    ฉันรักที่ฉันมีอยู่ ฉันรู้ใจฉันที่สุด ว่ารักเธอ ที่รักฉันอยู่อย่างนี้
    ฉันรักที่ฉันมีอยู่ มีเธอคนเดียวคนนี้ มันก็ดีที่สุดแล้ว
     
    ที่ เ ป็ น อ ยู่  รั ก ที่ สุด แ ล้ ว
     
     
    (แต่ขอเวลาให้วีอีกนิดนึงได้มั้ย วียังไม่อยากเหงาตายนะ)
     
     
     
    June 10

    เรื่องราวของ "ใจ"


     


    น้อยใจ
    อาการอ่อนแอของจิตใจที่ไม่ได้รับการตอบสนอง
    ยามที่เกิดความต้องการให้คนเอาใจ

    วิธีแก้ หาคนมาดูแล

    (ข้อนี้เป็นบ่อยที่สุดเลยมั้งเนี่ย)


    เจ็บใจ
    อาการเป็นพิษของจิตใจที่ลามมาจากหาง เวลามีใครมาเหยียบมัน
    วิธีแก้ ตัดหางทิ้งซะ อย่ายกหางตัวเอง

    (อันนี้ส่วนใหญ่จะเป็นตอนที่ ไปเจอของที่ราคาถูกกว่าที่เราซื้อมาอ่ะ)


    ละอายใจ
    อาการใฝ่ดีของจิตใจ ที่ออกมาชี้หน้าด่าเรา
    ข้อแนะนำ เมื่อละชั่วได้ ก็ไม่อายแก่ใจ

    (บางทีก็ไม่ได้ทำชั่วก็ละอายใจได้นะ เช่นแกล้งพี่แกล้งน้องอารายอย่างเงี้ย บางทีแกล้งแรงไปหน่อยก็เกิดอาการนยี้ได้เหมือนกัน)


    เสียใจ
    อาการวูบทางจิตใจ เกิดจากความไม่มั่นคง
    เพราะชอบเอาใจไปผูกเอาไว้กับสิ่งอื่น
    วิธีแก้ ตัดใจซะสิ อย่าไปผูกมันไว้
    (ผูกง่ายตัดยากนะ ใจเนี่ย)

    ใจหาย
    อาการนี้ชื่อก็บอกอยู่แล้ว
    วิธีแก้ หายใจเข้าสิ หายใจลึกๆ แล้วจะเลิกใจหาย

    (เป็นบ่อยเวลาต๊กกะใจ)


    หลายใจ
    อาการสืบพันธุ์ของจิตใจโดยการแบ่งตัว
    นำไปสู่อาการน้อยใจแก่คนรอบข้างได้ในเวลาต่อมา
    วิธีแก้ ระลึกไว้ มีแต่พวกอะมีบาที่ใช้วิธีแบ่งแบบนี้

    (ข้อนี้ผ่าน ไม่เคยเป็น หนักแน่นๆ)


    ทำใจ
    อาการที่แปลกที่สุดของใจ ยิ่งทำมากเท่าไร
    ใจยิ่งว่างเท่านั้น
    ข้อแนะนำ ทำทุกครั้ง ทำบ่อยๆ ค่อยๆ ทำ

    (พูดง่ายทำยากนะเนี่ยอันนี้ ทำไม่ค่อยได้ซักทีเรย)

    June 07

    ความจริงของผู้หญิง (ที่เราก็เพิ่งจะรู้)

     
     
     
    1. แกล้งเปิดขวดโค้กลิตรไม่ไหว
    ทั้งที่ความจริงพวกเธอสามารถหักคอหมูป่าได้ด้วย มือเปล่ามาแล้ว
     2. " ตอนเย็นซื้อกับข้าวมาด้วยนะ" แปลว่า เลิกงานแล้วห้ามไปใหนเด็ดขาด
    3. ทะเลาะกับแม่มาอีกแล้ว คือจะเรียกร้องความสนใจอีกแล้วครับพี่น้อง
     4. ใส่เสื้อคอกว้างคว้านลึกถึงสะดือ เพื่อหลอกให้เราติดกับ
     5. ชอบพูดเปรยบ่อยๆ ว่าเธอกำลังจะเลิกกับแฟนคนเก่า เพื่อให้เราคิดว่ามีหวัง
     6. เลิกคิ้ว ทำตาโต เอนตัวมาข้างหน้า
    ทำท่าใสซือ นี่คือไม้ตายเอาไว้โขมยหัวใจ ผู้ชาย
     7. นั่งจิกตามองผู้ชาย พอเราหันไปเจอ ก็ทำเป็นหลบตา แต่ไม่วายช้อนตาขึ้นมามองทำ ขวยเขิน
     8. ชอบมาสายกว่าเวลานัดนิดหน่อย ที่จริงคืออยากให้เราเห็นตอนที่เธอเดินสวยเข้า มา
     9. ทำเป็นกินเผ็ดไม่ได้ เพื่อหลอกให้เราคิดว่าเธอแสนจะบอบบาง แต่พอหลับหลัง สามารถจกส้มตำกิน พริก 10 เม็ดได้หน้าตาเฉย
     10. เวลาคุยกับเธอมักจะพยายามวางมือไว้ในที่โล่ง เพื่อล่อเป้าให้มือเราวิ่งไปชน
     11. จากนั้นเธอจะดึงมือตัวเองหนีมือเราเบาๆ พร้อมรอยยิ้มหวานๆ
    แต่ในใจกระหยิ่ม ว่า" เสร็จชั้นละแก
    "
    12. แกล้งเล่นตัวไม่รับโทรศัพท์ เพื่อให้เรากระวนกระวายใจ
     13.
    ชอบลองเครื่องประดับที่ร้านแล้วถามเราว่า "สวยมั้ย" บอกนัยๆ ให้รู้ว่า
    ชอบนะซื้อให้หน่อย
     14. เสยผมบ่อยๆต่อหน้าเรา
    เพราะรู้ว่าเราเคยอ่านเจอว่านั่นเป็นการแสดงความสนใจ
     15.ชอบเข้ามาปัดฝุ่นตามเสื้อเรา เพื้อให้เราคิดว่าเธอเป็นห่วง
    แต่ความจริงเธอ กำลังหารอยลิปสติก และกลิ่นน้ำหอมของหญิงอื่น
     16.
    ใส่น้ำหอมไว้หลังหูแล้วแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินเวลาเราพูด
    เพื่อเธอจะได้เอียง หูมาใกล้ๆ แค่นั้นเรา ก็ไปใหนไม่รอดแล้ว
    17.
    ทำเป็นไม่รู้ทิศทางกลับบ้านไม่ถูก< หรือตกรถ ตอนมาทำงาน>
    เพื่อหลอกเราให้ไป ส่ง ประหยัด น้ำมัน
     18. ถ้าเธอชวนถ่ายสติกเกอร์แล้วเอามาแปะที่โทรศัพท์
    ให้รู้ไว้ว่านั่นเป็นการติด ป้ายจองแบบเนียนๆ
     19. โทรเช็คพิกัดอยู่บ่อยๆ แต่อ้างว่า คิดถึง>
     20.  ถึงไม่รัก ไม่สนใจ
    แต่ก็ขอส่งแมสเสจ<หรือเมลล์> ทิ้งเชื้อไว้เนืองๆ เพื่อบริหารเสน่ห์>
    21.ทำหวานเมื่อเราโกรธ ทำโทษเมื่อเราผิด ทำหงุดหงิดเมื่อเราไม่ตามใจ

     

    เราก็เพิ่งจะรู้นะเนี่ยว่าผู้หญิงเค้าต้องทำกันอย่างนี้ด้วยง่ะ



    May 26

    I love U

    เมื่อตอนอายุ 5 ปี ..

    ฉันบอกว่า..ฉันรักเธอ

    เธอเอียงคอน้อยๆ ..

    กระพริบตา-อันกลมโตของเธอ ...

    แล้วถามฉันว่า

    "หมายความว่า..อะไรหรือ?"

    ----------

    เมื่อตอนอายุ 15 ปี

    ฉันบอกว่า...ฉันรักเธอ

    เธอหน้าแดงก่ำ ...ก้มหน้า-เล่นชายเสื้อเธอเอง

    รู้สึกว่า..เธอกำลังยิ้มอยู่

    ----------

    เมื่อตอนอายุ 20 ปี

    ฉันบอกว่า..ฉันรักเธอ

    เธอซบลงบนไหล่ฉัน ...กอดแขนฉันไว้แน่น

    ราวกับกลัวว่า...ฉันจะหายจากไป..ต่อหน้าเธอ

    ----------

    เมื่อตอนอายุ 25 ปี

    ฉันบอกว่า...ฉันรักเธอ

    เธอวางอาหารเช้าไว้บนโต๊ะ ...

    แล้วเดินมาดึงจมูกฉัน...พร้อมกับพูดว่า...

    "รู้แล้ว! ตื่นขึ้นมาได้แล้ว ...จะนอนไปถึงไหน?"

    ----------

    เมื่อตอนอายุ 30 ปี

    ฉันบอกว่า..ฉันรักเธอ

    เธอหัวเราะ..แล้วพูดว่า

    "ถ้าเธอรักฉันจริงๆ ...เลิกงานแล้ว..ก็อย่าเถลไถลไปที่อื่นสิ

    แล้วก็..อย่าลืมซื้อกับข้าวมานะ!"

    ----------

    เมื่อตอนอายุ 40 ปี

    ฉันบอกว่า..ฉันรักเธอ

    เธอเก็บจานชามบนโต๊ะไปล้าง....พร้อมกับพูดว่า

    "รู้แล้ว.. รู้แล้ว...รีบๆไปสอนการบ้านให้ลูกไป!"

    ----------

    เมื่อตอนอายุ 50 ปี

    ฉันบอกว่า..ฉันรักเธอ

    เธอนั่งถักเสื้ออยู่ ...แล้วพูดกับฉัน..โดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมา

    "จริงหรือ? ในใจเธอ..ไม่ใช่คิดอยากจะให้ฉันตายเร็วๆรึไง?"

    แล้ว..เธอก็หัวเราะไม่หยุด

    ----------

    เมื่อตอนอายุ 60 ปี

    ฉันบอกว่า..ฉันรักเธอ

    เธอหัวเราะ-พลางทุบไหล่ฉัน

    "ตาบ้า! ลูกๆก็โตกันหมดแล้ว.. ยังจะมาทำปากหวานอีก!"

    ----------

    เมื่อตอนอายุ 70 ปี

    เรา..นั่งอยู่บนเก้าอี้ยาว ...ทบทวนจดหมายรัก...

    ที่ฉันเขียนให้เธอ...เมื่อ 50 ปีก่อน..ด้วยกัน

    *

    มืออันเหี่ยวย่นของเราสองคน..ก็จับกันไว้ตลอด

    เมื่อฉันบอกว่า..ฉันรักเธอ

    เธอมองหน้าฉันแล้วยิ้มให้

    ถึงแม้ใบหน้าเธอ..จะเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่น

    แต่..เธอก็คงยังแลดูสวยงาม..เสมอ

    ----------

    เมื่อตอนอายุ 80 ปี

    เธอบอกว่า..เธอรักฉัน

    แต่..ฉันไม่ได้พูดอะไร-สักคำ

    เพราะว่า..ฉันร้องไห้ออกมา

    *

    นี่..เป็นวันที่ฉันมีความสุข..มากที่สุดในชีวิต

    เพราะว่า..

    ในที่สุด..เธอก็ยอมพูดออกมาว่า..

    "เธอ รัก ฉัน''

     

     

    บางทีคำพูดมันก็สำคัญเหมือนกันนะ ไม่ใช่มัวแต่คาดหวังว่าเค้าจะรับรู้ความรู้สึกจากการกระทำของเราอย่างเดียว

    เพราะฉะนั้น จะรออะไรอยู่หล่ะ

     

    วันนี้คุณบอก "รัก" กับคนที่คุณรักแล้วรึยัง

    บางที เค้าคนนั้น อาจจะใจตรงกันกับคุณก็ได้นะ

    เอาหล่ะ อย่ามัวแต่นั่งอ่านแล้วไม่เม้นท์เหมือนที่ชอบทำ

    เลิกอ่านแล้วไปจัดการกับสุดที่รักของคุณซะ ขอให้โชคดีจ๊ะ  

    รักนะ จุ๊บๆๆ *-*